Table of Contents
ในการออกแบบพื้นที่ภายใน หลายคนให้ความสำคัญกับวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ สี และแสงไฟเป็นหลัก
แต่ในความเป็นจริง บรรยากาศ (Mood) ของ Interior ไม่ได้ถูกกำหนดจากภายในเพียงอย่างเดียว
หากแต่เริ่มต้นตั้งแต่ “ฟาซาด” ซึ่งเป็นด่านแรกที่ควบคุมแสง เงา และอุณหภูมิ ก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะเข้าสู่พื้นที่ภายใน
บทความนี้ต้องการชวนมองว่า เมื่อ Interior Design และ Facade ทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น
คุณภาพของพื้นที่ภายในจะถูกควบคุมได้แม่นยำขึ้นอย่างไร
ฟาซาดคืออะไรในมุมของงาน Interior?
ในเชิงเทคนิคฟาซาดไม่ใช่แค่เปลือกอาคารแต่เป็น ระบบควบคุมสภาพแวดล้อม (Environmental Control System)
ที่มีผลโดยตรงต่อองค์ประกอบหลักของ Interior ได้แก่
ปริมาณและทิศทางของแสงธรรมชาติ
เงาและความแข็ง–นุ่มของแสง
การสะสมและถ่ายเทความร้อน
ความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกปลอดภัยของผู้ใช้งาน
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “ต้นทาง” ของ Mood ภายในก่อนที่ Interior Designer จะเริ่มเลือกวัสดุหรือจัดวางฟังก์ชันใด ๆ
ฟาซาด → แสง → เงา → อุณหภูมิ → อารมณ์ภายใน
หากอธิบายเป็นลำดับ จะเห็นความเชื่อมโยงที่ชัดเจนมาก

1. ฟาซาดกำหนดลักษณะแสงที่เข้าสู่พื้นที่
ฟาซาดที่เปิดรับแสงโดยไม่ผ่านการกรองอาจทำให้แสงภายในจ้าเกินไป เกิด Glare และเงาแข็ง
ในขณะที่ฟาซาดที่ออกแบบให้กรองแสงอย่างเหมาะสมจะช่วยให้แสงภายในนุ่ม สม่ำเสมอ และควบคุมได้ง่าย
2. แสงและเงาส่งผลต่อมิติของพื้นที่
เงาที่แข็งหรือกระจายไม่สม่ำเสมออาจทำให้พื้นที่ดูตึง เครียด หรือไม่น่าใช้งานในทางกลับกัน เงาที่ถูกออกแบบอย่างตั้งใจสามารถช่วยขับ Texture วัสดุ และเสริม Concept ของ Interior ได้อย่างมาก
3. อุณหภูมิมีผลต่อความรู้สึกโดยตรง
พื้นที่ที่ร้อนเกินไป แม้จะตกแต่งสวยเพียงใดก็ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่สบายโดยไม่รู้ตัว ฟาซาดที่ช่วยลดความร้อนตั้งแต่ภายนอกจะทำให้ Interior ทำงานได้เต็มศักยภาพมากขึ้น Interior Designer หลายคนเจอสถานการณ์คล้ายกัน เช่น
แบบสวย Mood ดีใน Rendering แต่หน้างานแสงแรงเกินจริง
ต้องเพิ่มม่าน ฟิล์ม หรือแผงบังแสงภายหลัง ทำให้ Concept เปลี่ยน
พื้นที่ร้อน ใช้งานจริงไม่สบาย ทั้งที่เลือกวัสดุภายในอย่างดีแล้ว
บทบาทของ Facade Specialist ในฐานะ “ผู้ช่วย” งาน Interior
Facade Specialist ไม่ได้เข้ามาแทน Interior Designer
แต่ทำหน้าที่เป็น Technical Partner ที่ช่วยแปลงแนวคิดให้ใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมจริง
ตัวอย่าง บทบาทที่ช่วยสนับสนุนงาน Interior ได้แก่
วิเคราะห์ทิศแดดและสภาพแวดล้อมรอบอาคาร
ออกแบบฟาซาดเพื่อควบคุมแสงและความร้อน
เลือกวัสดุและระบบฟาซาดที่สอดคล้องกับ Mood ภายใน
วางระบบให้รองรับการใช้งานและการดูแลในระยะยาว
เมื่อสองส่วนนี้ทำงานร่วมกัน Interior Designer จะสามารถโฟกัสที่ Concept และ Experience ได้เต็มที่มากขึ้น “และนี่คือบทบาทของ ALPHABET FACADE ในฐานะ Facade Specialist ที่ทำงานร่วมมือกับ Interior Designer เพื่อสนับสนุนให้แนวคิดการออกแบบสามารถใช้งานได้จริง และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานอาคาร”
FAQs
ฟาซาดช่วยลดการแก้งาน Interior ได้อย่างไร ?
A : เมื่อฟาซาดควบคุมแสงและความร้อนได้ดี Interior จะไม่ต้องเพิ่มม่าน ฟิล์ม หรือปรับวัสดุภายหลัง ทำให้ Concept เดิมยังคงอยู่และงบไม่บานปลาย
ถ้ามี Concept Interior ชัดแล้ว จำเป็นต้องคุยเรื่องฟาซาดตั้งแต่ต้นไหม ?
A: แนะนำให้คุยตั้งแต่ต้น เพราะฟาซาดเป็นตัวกำหนดคุณภาพแสงและอุณหภูมิจริง หากคิดช้าเกินไป อาจทำให้ Concept ภายในต้องแก้ไขภายหลังหรือใช้งบเพิ่มโดยไม่จำเป็น
ฟาซาดมีผลกับ Mood Interior มากน้อยแค่ไหน ?
A: มีผลตั้งแต่ต้นทาง ฟาซาดเป็นตัวกำหนดลักษณะแสง เงา และความร้อนก่อนเข้าสู่พื้นที่ หากควบคุมได้ดี Mood ภายในจะออกมาตรงตาม Concept มากขึ้นและเสถียรกว่า
โครงการแบบไหนที่ Interior ควรดึง Facade Specialist เข้ามาช่วย ?
A: โครงการที่เน้นบรรยากาศและประสบการณ์ผู้ใช้งาน เช่น
Clinic / Wellness
Hotel / Hospitality
Office
Cafe & Restaurant
โครงการเหล่านี้ Mood ภายในมีความสำคัญสูง ฟาซาดจึงมีบทบาทมาก











