ออกแบบฟาซาดด้วยโทนสีมาแรงปี 2025

ออกแบบฟาซาดด้วยโทนสีมาแรงปี 2025


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

ในปี 2025 การออกแบบฟาซาดจะเน้นไปที่โทนสีที่สะท้อนความทันสมัย ความเป็นธรรมชาติ และการสื่อถึงความสงบเรียบง่าย การใช้โทนสีที่เหมาะสมกับวัสดุตกแต่งภายนอกที่เลือกใช้นอกจากจะช่วยสร้างความประทับใจแรกแล้ว ยังสามารถสื่อสารถึงเอกลักษณ์และคุณค่าของธุรกิจหรืออาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โทนสีมาแรงปี 2025 สำหรับงานออกแบบฟาซาด

โทนสีมาแรงปี 2025 สำหรับงานออกแบบฟาซาด

  1. สีเอิร์ธโทน (Earth Tones)

    สีเอิร์ธโทนจะยังคงเป็นหนึ่งใน โทนสีมาแรงปี 2025 สีที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เช่น สีทราย, สีน้ำตาลอ่อน, สีเขียวหม่น และสีเทาดิน จะถูกนำมาใช้ในการออกแบบฟาซาดเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โทนสีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ แต่ยังทำให้ตัวอาคารดูมีความกลมกลืนและสะท้อนถึงความยั่งยืน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอาคารที่เน้นแนวคิด สถาปัตยกรรมสีเขียว และการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
  2. สีโทนธรรมชาติ (Neutral Tones)

    สีโทนกลาง เช่น สีขาวครีม สีเทาเงิน หรือสีเบจ จะได้รับความนิยมในการออกแบบฟาซาดสำหรับปี 2025 เนื่องจากช่วยให้ตัวอาคารดูสะอาด เรียบง่าย และทันสมัย โทนสีนี้เหมาะสำหรับการสร้างบรรยากาศที่สงบและไม่หวือหวา เหมาะกับสไตล์ มินิมอล หรือการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย แต่ยังคงความหรูหราและสวยงามในตัวเอง

  3. สีพาสเทล (Pastel Tones)

    โทนสีพาสเทล เช่น สีฟ้าอ่อน สีชมพู และสีเขียวมิ้นท์ จะเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจสำหรับฟาซาดในปี 2025 สีเหล่านี้จะช่วยทำให้อาคารดูมีชีวิตชีวา อ่อนโยน และเป็นมิตร การใช้สีพาสเทลจะช่วยเพิ่มความสดใสให้กับอาคาร ทำให้ดูเป็นมิตรและน่าดึงดูดมากขึ้น เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างบรรยากาศอบอุ่น เช่น คาเฟ่ ร้านค้า หรือที่อยู่อาศัยที่เน้นความอบอุ่น

  4. สีเมทัลลิก (Metallic Colors)

    สีเมทัลลิก เช่น สีเงิน สีทองแดง หรือสีทอง จะยังคงเป็นโทนสีที่ได้รับความนิยมในปี 2025 โดยเฉพาะในงานออกแบบฟาซาดสำหรับอาคารที่ต้องการเน้นความหรูหราและทันสมัย ทีมงานสถาปนิก มักเลือกใช้สีเหล่านี้เพื่อสร้างความโดดเด่นและให้ความรู้สึกแข็งแรงและมีคุณค่า การใช้สีเมทัลลิกในฟาซาดยังสามารถช่วยสะท้อนแสงและเพิ่มความสวยงามของอาคารในช่วงกลางวันและกลางคืนได้เป็นอย่างดี

  5. สีโทนธรรมชาติผสมผสาน (Biophilic Design)

    แนวคิด Biophilic Design หรือการออกแบบที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติจะยังคงมาแรงในปี 2025 โดยการผสมผสานสีที่เป็นธรรมชาติ เช่น สีเขียวใบไม้เข้ม สีเทาหิน และสีน้ำตาลไม้ โทนสีเหล่านี้สามารถทำให้ฟาซาดอาคารดูมีชีวิตชีวาและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เหมาะสำหรับการออกแบบที่เน้นความยั่งยืนและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ นอกจากนี้การเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายนอก เช่น อลูมิเนียมลายไม้ หรือกระจกที่สะท้อนธรรมชาติจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารและสื่อถึงการออกแบบที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาควบคู่กับโทนสี

  • สไตล์การออกแบบ : การเลือกสีฟาซาดควรสอดคล้องกับสไตล์การออกแบบของอาคาร หากเป็นอาคารที่เน้นความทันสมัยหรือแนว มินิมอล ควรเลือกใช้สีโทนกลางหรือสีเมทัลลิกเพื่อเสริมความเรียบหรู แต่หากต้องการเน้นความเป็นธรรมชาติ ควรใช้สีเอิร์ธโทนหรือโทนสีที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
  • วัสดุตกแต่งภายนอก : การเลือก วัสดุตกแต่งภายนอก มีผลต่อการใช้โทนสี ตัวอย่างเช่น การใช้อลูมิเนียมลายไม้กับสีเอิร์ธโทนหรือสีเมทัลลิกจะทำให้อาคารดูโดดเด่นและสอดคล้องกับเทรนด์การออกแบบปี 2025
  • ทีมงานมืออาชีพ : การออกแบบฟาซาดต้องอาศัย ทีมงานสถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในการเลือกสีและวัสดุ การทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพจะช่วยให้การออกแบบและการเลือกสีสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ รวมถึงเสริมสร้างความสวยงามและความทนทานในระยะยาว

หากต้องการปรึกษา ออกแบบหน้ากากอาคารและติดตั้งฟาซาดให้กับอาคารของคุณ ALPHABET FACADE บริษัทออกแบบ Facade มีบริการที่ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ จนถึงการติดตั้ง โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ เพื่อให้คุณมีฟาซาดอาคาร ฟาดซาดตึกแถว หรือฟาซาดกันแดด ที่มีมาตรฐาน และคุณภาพดีที่สุดจากเรา


สนใจบริการ ฟาซาดอลูมิเนียม, Aluminium Facade ติดต่อได้ที่ บริษัทออกแบบ Facade

FAQs

ทำไมต้อง Alphabet Facade ?

Alphabet Facade เราสามารถออกแบบได้ตั้งแต่ทำ Conceptual Design โครงสร้าง และเลือกวัสดุให้เหมาะสม เพื่อให้ได้งานออกแบบที่สวยงาม ส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กร ในระยะเวลา และราคาที่เหมาะสม

ทำ Facade เจ้าไหน ก็เหมือนกัน ใครๆก็ทำได้ ?

โดยปกติทั่วไปในตลาดฟาซาด จะเน้นที่ผลิต (ตามแบบ) เท่านั้น โดยลูกค้าต้องหา สถาปนิก นักออกแบบ หรือผู้รับเหมาเอง แต่ที่ Alphabet Facade เรามีครบวงจร ตั้งแต่

1. ออกแบบ ทำให้ลูกค้าเห็นภาพเสมือนจริง ผ่านแบบโมเดล ภาพ 3 มิติ
2. ผลิต เรามีโรงงานผลิต และมีวัสดุปิดผิวให้เลือกหลากหลายรูปแบบ พร้อมให้คำปรึกษาด้านเทคนิค และวัสดุปิดผิวที่เหมาะสม
3. ติดตั้ง Facade เรามีทีมงาออกแบบโครงสร้าง ไปจนถึงติดตั้งหน้างาน
" พร้อมรับผิดชอบ ไม่มีทิ้งงาน !! "

ออกแบบ Facade สำคัญกับภาพลักษณ์ขนาดไหน ?

การออกแบบฟาซาด ผู้ออกแบบส่วนใหญ่จะออกแบบดีไซน์ตามความต้องของลูกค้าให้ทำให้ลูกค้า แต่ Alphabet Facade เราเชื่อมโยงระหว่างภาพลักษณ์ขององค์กร หรือแบรนด์ โดย Solutions ของเราจะมีประโยชน์ทั้งในแง่ของการมอบคุณภาพการชีวิต และสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของค์กร

ทำ Facade ราคาน่าจะแพง ?

ราคา Facade ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างเช่น
- เกรดของวัสดุ เช่น โครงสร้าง, สี (อายุ 5 ปี/ 10 ปี หรือ 20 ปี++) วัสดุแต่ละเกรดมีราคาที่ไม่เท่ากัน
- จุดติดตั้ง เช่น ต้องใช้ นั่งร้าน โรยตัว หรือ กระเช้า แต่ละตำแหน่งในการติดตั้ง มีค่าใช้จ่านที่ไม่เท่ากัน
- การออกแบบต่างๆ เช่น คำนวณความสิ้นเปลืองของเศษแผ่น หรือ ปกติแผ่นงาน ยาว 2.4 เมตร แต่ใช้งานจริง
เพียง 1.9 เมตร (เหลือเศษทิ้ง 50 cm เลย = แพง)

งบประมาณสำหรับทำฟาซาดต้องมีเท่าไหร่ ?

สามารถทำได้หลายงบประมาณขึ้นอยู่กับการออกแบบ ราคาประมาณ ตร.ม.ละ 3,500 - 9,000 บาท รวมติดตั้งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบ ปริมาณ วัสดุ และการประเมินหน้างานโดยสามารถออกแบบให้ควบคุมงบประมาณได้ คุณลูกค้าสามารถพูดคุยความต้องการเพิ่มเติมเพื่อให้ทาง ALPHABET FACADE ออกแบบและวางแผนงบประมาณให้ได้

ต่างจังหวัดรับทำไหม?

รับต่างจังหวัด โดย เรามีทีมงานและทีมช่างดูแลต่างจังหวัดสามารถติดต่อเพิ่มเติมเพื่อแจ้งพื้นที่หน้างานประเมินก่อนได้

รับขั้นต่ำกี่ ตรม ?

ขั้นต่ำรับ 50 ตรม.

มีวัสดุอะไรบ้าง ?

สามารถทำได้หลายวัสดุขึ้นอยู่กับการออกแบบทาง ALPHABET FACADE พัฒนานวัตกรรมวัสดุฟาซาดใหม่ๆอย่างต่อเนื่องตัวอย่างวัสดุที่นำมาใช้ทำฟาซาด ได้แก่ polymer, innovative fabric, อลูมิเนียม,อลูมิเนียมคอมโพสิต, อลูมิเนียมลายไม้, อลูมิเนียมฉีก, เมทัลชีท, พลาสวูด และวัสดุสำหรับใช้งานภายนอกอื่นๆ  คุณลูกค้าสามารถพูดคุยความต้องการเพิ่มเติมเพื่อให้ทาง ALPHABET FACADE ออกแบบและสเปควัสดุให้ได้


« Back to Blog

— Receive Free Calendar

2026 Calendar